6 วิธีรักษา ”สิวสเตียรอยด์” ด้วยตัวเอง ด้วยวิธีง่ายๆ แต่หายขาด!!!


ครีมยี่ห้อต่างๆ ที่ขายกันตาม facebook หรือ Instagram ที่เคลมสรรพคุณว่าลดสิวภายใน3 วันและขาวขึ้นภายใน 7 วัน ทำให้มีสาวๆ จำนวนมากหลงเชื่อและซื้อครีมยี่ห้อเหล่านั้นมาใช้ แรกๆ ที่ใช้สิวหายจริงๆ ค่ะ หายไป แบบไร้ร่องรอยเลย แต่เมื่อเราเลิกใช้ครีมตัวนั้นสิวจะเห่อขึ้นเต็มหน้า! แบบนี้เรียกว่าอาการผิวติดสเตียรอยด์ค่ะ ทำให้ผิวหน้าบาง และแพ้ง่ายๆมาก พอแพ้ง่ายการเกิด สิว สิวผด ผื่นแดง สิวอักเสบ สิวหนอง ก็จะตามมา ใช้ยารักษาสิวก็ไม่ค่อยหาย เพราะสเตียรอยด์มันไปเปลี่ยนแปลงสภาพผิวภายในให้ทำงานผิดแปลกไปจากเดิม น่ากลัวมากทีเดียวนะคะ


ภาพจาก wikihow
1. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น
คุณควรที่จะล้างหน้าด้วยน้ำเย็น หรือน้ำที่ผสมกับน้ำแข็ง เพื่อให้ผิวหน้าคุณแข็งแรงขึ้น ช่วยกระชับรูขุมขนและระบายความร้อนของสิวสเตียรอยด์ วิธีนี้บอกเลยว่าได้ผล ช่วงนี้พยายามอย่าให้โฟมล้างหน้าที่มีสารเคมี ควรหยุดไปสักพัก พอหน้าเริ่มแข็งแรงค่อยๆหาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวมาใช้ซะก่อน


ภาพจาก wikihow
2.งดแต่งหน้า
สาวๆ หลายคนที่เคยชินกับการต้องแต่งหน้าทุกวัน แต่ถ้าเป็นสิวสเตียรอยด์ล่ะก็ ต้องหยุดแต่งหน้าทันทีค่ะ เพราะถ้าเรายิ่ง แต่งหน้าจะยิ่งทำให้เกิดการอุดตันและทำให้สิวเห่อมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเองค่ะ


ภาพจาก wikihow
3.ไข่ขาวดิบ วุ้นว่านหางจระเข้
จะใช้ไข่ขาวดิบหรือวุ้นว่างหางจระเข้ เพื่อมาร์คหน้าดีท๊อกซ์ผิวก็ทำได้เช่นกัน แต่กระบวนการต้องสะอาดมากๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดอาการอักเสบหรือสิวเห่อขึ้นได้ หลักๆ จะได้เรื่องของความชุ่มชื้นผิว ลดการอักเสบ


ภาพจาก wikihow
4.งดทากันแดด
ผิวติดสารไม่ควรใช้ครีมกันแดด เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันและเกิดการอักเสบได้ง่าย ถ้าผิวติดสารสเตียรอยด์จะมีโอกาสแพ้ครีมกันแดดสูงมากๆ แนะนำเป็นการเลี่ยงแดดเช่น ใส่หมวก กางร่ม


ภาพจาก wikihow
5.เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่เน้นให้ผิวแข็งแรง
หามอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวที่หมอผิวหนังหลายคนแนะนำ เช่น Physiogel ai cream ทาแล้วจะรู้สึกเหนอะหน้า หน้ามัน เหมือนครีมไม่ค่อยซึมเข้าผิวแต่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดี และที่สำคัญเนื้อครีมอ่อนโยนเหมาะกับคนผิวแห้งแพ้ง่าย ผิวติดสเตียรอยด์ ผิวหนังอักเสบ มอยเจอร์ตัวนี้ช่วยลดอาการเหล่านี้ได้เพราะมันช่วยลดการระคายเคืองผิวช่วยให้ผิวที่กำลังอ่อนแอแข็งแรง

6.รักษาด้วยแพทย์โดยตรง
การรักษาด้วยแพทย์โดยตรงนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงมากเพราะต้องใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ผิวหน้า ซึ่งเหมาะกับคนไข้ที่ใช้ครีมที่มีปรอทและเสตอรอยเป็นส่วนผสมมานานจนฝั่งลึกไปถึงผิวชั้นไหน เราควรพบแพทย์โดยตรงเป็นทางเลือกสุดท้ายหลังจากที่ลองใช้ผลิตภัณฑ์ในการรักษาแล้วยังไม่หายขาด แต่ข้อแน่นำในข้อนี้คือต้องเรื่องคลินิกที่ปลอดภัย



error: Content is protected !!